แบล็คแจ็ค (Blackjack)

อะไรคือแบล็คแจ็ค(Blackjack)?

แบล็คแจ็คเป็นเกมคาสิโนที่ชาวอเมริกันได้ปรับแต่งขึ้นจากเกม แบงกิ้งระดับโลกที่รู้จักกันดีในชื่อของ Twenty-One อ่านเพิ่มเติม..

มันเป็นเกมไพ่ที่แข่งระหว่างผู้เล่นหนึ่งคนหรือมากกว่ากับดีลเลอร์ ซึ่งผู้เล่นแต่ละคนจะแข่งขันกับดีลเลอร์ ผู้เล่นไม่ได้แข่งขันกันเอง อีกทั้งแบล็คแจ็คเป็นเกมไพ่ที่เล่นง่าย และมีผู้เล่นมากกว่ารูเล็ต, แครบส์และบาคาร่ารวมกันอีกด้วย แบล็คแจ็คเป็นเกมที่เน้นใช้โชคและโอกาสเป็นหลัก แต่ก็ยังคงเป็นเกมที่ใช้กลยุทธ์ ในหนึ่งเกมอาจจะใช้มากกว่าหนึ่งสำหรับไผ่ และเป็นเกมคาสิโนแบงกิ้งที่เล่นกันอย่างแพร่หลายที่สุดในโลก และปัจจุบันได้เกิด แบล็คแจ็คออนไลน์ขึ้นมาแล้ว

ต้องขอบคุณอินเตอร์ที่ทำให้เราสามารถเล่น แบล็คแจ็คออนไลน์จากเก้าอี้หนุ่มๆของคุณจากบ้านของตัวเองได้แล้วไม่ต้องเดินทางไปคาสิโนให้เสียเวลาเลย เพราะงั้น เว็บนี้ผมจะมาสอนวิธีเล่นให้กับคุณและอธิบายกฎของ แบล็คแจ็ค มาเริ่มกันเลย

คาสิโนโบนัสเรทติ้งเข้าชม
Happyluke Happy Luke 200% สูงสุด 4,500 บาท โบนัสต้อนรับ และฟรีสปินอีกเพียบ

กดรับโบนัส Happyluke รีวิวคาสิโน
Luckyniki หัวข้อโบนัส: 300% สูงสุดถึง 30,000 บาท โบนัสต้อนรับ

กดรับโบนัส Luckyniki รีวิวคาสิโน
Happistar 450% สูงถึง 33,000 บาทโบนัสต้อนรับ

กดรับโบนัส Happistar รีวิวคาสิโน
Spin Casino 100% โบนัสคาสิโนสูงสุด 1,000$ โบนัสต้อนรับ

กดรับโบนัส Spin Casino รีวิวคาสิโน
Empire777 100% สูงสุดถึง 2,777 บาท โบนัสต้อนรับEmpire777

กดรับโบนัส Empire777 รีวิวคาสิโน
188bet 50% สูงสุด 1,000 บาทโบนัสต้อนรับ

กดรับโบนัส 188bet รีวิวคาสิโน
Fun88 80% สูงสุด 8,000 บาท โบนัสต้อนรับ

กดรับโบนัส Fun88 รีวิวคาสิโน

Blackjack

สำหรับมือใหม่

สำหรับผู้ที่พึ่งเริ่มเล่น หรือ แค่อยากจะลองเล่นดูผมมีขั้นตอนพื้นฐานมาให้คุณ 4 ขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1 เรียนรู้แต้มของไพ่ 

ไพ่ทุกใบมีการนับค่าของหน้าในเกมแบล็คแจ็ค ไพ่ที่เป็นรูป (J K Q) นับเป็น 10 แต้ม และไพ่เอซสามารถนับเป็น 1 หรือ 11 ก็ได้ ดอกของไพ่ ไม่มีความหมายในเกมแบล็คแจ็ค ผลรวมของมือคือค่ารวมของไพ่ในมือนั้น  ผู้เล่นต้องทำการตัดสินใจที่จะ stand (พอใจในไพ่ที่ได้), hit (เรียกไพ่เพิ่มเพื่อให้เข้าใกล้ 21 แต้ม), surrender (ยอมแพ้และรับเงินพนันคืนครึ่งหนึ่ง), double down (ลงเดิมพันเพิ่ม 100%), หรือ split (เล่นไพ่ 2 ชุดในเวลาเดียวกันหากได้ไพ่คู่)เจ้ามือจะเล่นเป็นคนสุดท้าย และต้องแตะ 16 หรือน้อยกว่า และอยู่ระหว่าง 17 ถึง 21 ผู้เล่นจะชนะเมื่อแต้มในมือของเขาสูงกว่าในมือของดีลเลอร์ หรือถ้าหากว่าผู้เล่นมี 21 แต้มหรือต่ำกว่า ในขณะที่เจ้ามือเกิด bust (แต้มเกิน 21)

ในแบล็คแจ็คการ์ดแต่ละใบมีค่าที่คงที่ตลอดทั้งเกม เป้าหมายคือการเอาชนะดีลเลอร์และต้องไม่แพ้ด้วยเลข 22 หรือมากกว่า และนี่ก็คือค่าของไพ่

  • ไพ่เลข: มีค่าเท่ากับเลขบนไพ่
  • ไพ่ใบหน้า : มีค่าเท่ากับเลข10
  • ไพ่เอซ: มีค่าเท่ากับ 1 หรือ 11 โดยทั่วไปจะนับเป็น11 เว้นแต่ว่ามันจะทำให้คะแนนขอองคุณมากกว่า 21 ซึ่งในกรณีนี้มันจะนับเป็น 1
    • ดังนั้นไพ่เอซและไพ่สิบใบมีค่ารวมกันเป็น 21 ในไพ่สองใบซึ่งก็คือแบล็คแจ็ค
    • คนที่มีไพ่เอซเรียกว่า “มืออ่อน”

ขั้นตอนที่ 2 เรียนรู้เรื่องการตัดสินใจ

ปบกติจะมีสองตัวเลือกเมื่อถึงตาคุณ:

  • Hit (ฮิต) : รัไพ่อีกใบ คุณสามารถ HIT ได้จนกว่าคะแนนเกิน 21
  • Stand (สแตน) : เก็บไพ่ปัจจุบันของคุณไว้และไม่ทำอะไรเลย คุณไม่ได้รับไพ่เพิ่มเติม

นอกจากนี้ยังมีความเป็นไปได้พิเศษบางอย่างที่คุณสามารถใช้:

การประกัน (Insurance) : ผู้เล่นจะได้รับการเสนอโอกาสให้ซื้อประกัน ถ้าไพ่ที่หงายอยู่ของเจ้ามือเป็นเอซ เงื่อนไขนี้เป็นการเดิมพันแยกว่าไพ่ของเจ้ามือที่คว่ำอยู่เป็นแต้มสิบและเจ้ามือจะได้แบล็คแจ็ค การประกันจะจ่าย 2 ต่อ 1 และอาจเดิมพันครึ่งหนึ่งจากการเดิมพันครั้งแรกของผู้เล่น เนื่องจากไพ่แต้มสิบในสำรับจะมีจำนวน 16 ใบ ส่วนไพ่อีก 36 ใบ เป็นค่าอื่นที่ไม่ใช่สิบแต้ม ดังนั้นผลตอบแทน 2-1 จะดีสำหรับเจ้ามือและทำให้ผู้เล่นเสียประโยชน์ กล่าวได้ว่าไม่ต้องซื้อประกันถ้าคุณเล่นกับผู้เล่นหลายคนด้วยไพ่สำรับเดียว และในเกมนั้นมีไพ่ 10 แต้มมากกว่าห้าใบ

การวางเดิมพันเป็นสองเท่า (Double Down) : เมื่อไพ่สองใบแรกของคุณได้แต้มรวมเท่ากับ 9, 10 หรือ 11 คุณจะต้องวางเดิมพันเป็นสองเท่าในหลายมือ คุณควรทำเช่นนี้ถ้าไพ่ของเจ้ามือที่หงายอยู่น้อยกว่าแต้มรวมของคุณ ในกรณีนี้คุณจะวางเดิมพันเป็นสองเท่าจากยอดเดิมและได้รับไพ่หนึ่งใบ คุณจะไม่ได้รับอนุญาตให้เรียกไพ่เพิ่มเติม ในคาสิโนบางแห่งและคาสิโนออนไลน์ส่วนใหญ่ คุณสามารถวางเดิมพันเป็นสองเท่าสำหรับไพ่สองใบ คุณไม่ต้องวางเดิมพันเป็นสองเท่า เมื่อไพ่ในมือของคุณเป็น เอซ-2, 3, 4, 5 หรือ 6 และไพ่ที่หงายอยู่ของเจ้ามือเป็น 4, 5 หรือ 6

การแยกไพ่ (Split) แยกไพ่ : เล่นสองตาจากตาเดียวเดียวถ้าไพ่ทั้งคู่มีค่าเท่ากัน 10, คิง แจ็ค แหม่ม โดยทั่วไปจะนับเป็น 10 หากมือทั้งสองของคุณชนะคุณจะได้รับเงินเป็นสองเท่า หากชนะแค่มือเดียวคุณก็จะชนะแค่มือเดียว หากแพ้ทั้งสองข้างคุณจะสูญเสียคุณเสียเงินเป็นสองเท่า

การยอมแพ้ (Surrender): คาสิโนบางแห่งให้ผู้เล่นขอยอมแพ้ได้ หมายความว่าหลังจากที่เห็นไพ่สองใบแรก ผู้เล่นได้รับอนุญาตให้ยอมแพ้หรือยอมเสียเงินเดิมพันครึ่งหนึ่งและหมอบไพ่ในมือ ตามกฎทั่วไปการยอมแพ้ใช้ได้ดีที่สุดเมื่อผู้เล่นได้ 15 หรือ 16 แต้ม โดยเห็นว่าไพ่ของเจ้ามือที่หงายอยู่เป็นแต้ม 9, 10 หรือเอซ

การเดิมพันโบนัส (Bonus Bet):หลักง่ายๆ สำหรับการเลือกจั่วไพ่และการพอใจกับไพ่ในมือ การรับประกัน การวางเดิมพันสองเท่า รวมถึงการแยกไพ่ วิธีเหล่านี้จะช่วยลดเปอร์เซ็นต์ความได้เปรียบของเจ้ามือให้น้อยลง (ส่วนใหญ่ประมาณ 1%) ซึ่งทำให้แบล็คแจ็คเป็นเกมที่น่าเล่น คุณสามารถปรับปรุงการเล่นของคุณด้วยหลักการดังที่กล่าวมาและเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎที่เรียกว่ากลยุทธ์พื้นฐาน แต่กำไรของคุณจะมีจำนวนน้อยมาก ในอีกกรณีหนึ่ง เกมแบล็คแจ็คจะมีการเสนอเดิมพันโบนัสและเดิมพันข้าง (side bet) ซึ่งมีผลตอบแทนสูงมาก ในความเป็นจริง การเดิมพันโบนัสส่วนใหญ่มีความได้เปรียบสูงกว่า 5% กฎที่ดีที่สุดของการเลือกเดิมพันข้างคือให้คุณหลีกเลี่ยงมัน การเดิมพันแบบนี้สนุกมาก็จริง แต่มีราคาสูงเกินไป สำหรับผู้เล่นออนไลน์ จำไว้ว่าคุณกำลังได้รับเงินมากมายจากการเล่นแต่ละชั่วโมง การเดิมพันโบนัสสามารถผลาญเงินของคุณได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นคุณควรเดิมพันโบนัสอย่างเหมาะสม!

HARD VS SOFT HAND

Hard hand คือมือใดๆก็ตามที่ไม่ได้ถือไพ่เอซ หรือถือไพ่เอซแต่นับแต้มเป็น 1 ตัวอย่างเช่น 10 – 7 คือ Hard 17; 5 – A – 10 – 3 คือ Hard 19 มือใดๆก็ตามที่ถือไพ่เอซและนับแต้มเป็น 11 เรียกว่า Soft hand ตัวอย่างเช่น A – 7 เท่ากับ Soft 18; A – 2 – 4 เท่ากับ Soft 17 และ 2 – 3 – A – 4 เท่ากับ Soft 20 เมื่อคุณได้รับไพ่สองใบแรกแล้ว และมีไพ่ใบหนึ่งเป็นเอซ นับแต้มไพ่ใบนั้นเท่ากับ 11 บ่อยครั้งที่คุณได้รับ Soft hand และจั่วไพ่เพิ่มแล้วมือของคุณจะเปลี่ยนเป็น Hard hand ตัวอย่างเช่น สมมติผู้เล่นได้รับไพ่ 6 – A ซึ่งนับเป็น Soft 17 และเขาจั่วไพ่เพิ่มอีกหนึ่งใบ สมมติว่าไพ่ที่เขาจั่วได้คือ 6 ตอนนี้ผู้เล่นจะนับเป็น Hard 13 (คุณไม่มีวันเกิด bust หากคุณจั่วด้วย soft hand) เหตุผลที่คุณต้องทราบถึงความแตกต่างระหว่าง soft hand และ hard hand ในเกม blackjack เนื่องมาจากกลยุทธ์การเล่นนั้นมักจะมีความแตกต่างกัน ถึงแม้ว่าแต้มในมือนั้นจะเท่ากันก็ตาม ตัวอย่างเช่น มือ 10 – 6 (hard 16) จะเล่นแตกต่างกันจากมือ A – 5 (soft 16)

 

ขั้นตอนที่ 3 เอาชัยชนะ

เพื่อที่จะชนะผู้เล่นจะต้องมีคะแนนรวมใกล้กับ 21 มากกว่าเจ้ามือโดยต้องไม่เกิน หากผู้เล่นเกินเขาจะ “ถูกBusted” ถ้ามันเท่ากันมันเป็น “Push” ไม่มีผู้ที่ชนะ แบล็คแจ็คคือเมื่อเริ่มต้นตาของคุณด้วยไพ่ เอซและ 10 หรือไพ่หน้า

  • เจ้ามือจะไปรอบ ๆ ผู้เล่นจนกว่าแต่ละคนจะตัดสินใจ Stand จากนั้นเขาก็เล่นมือของเขาเองซึ่งเป็นตัวกำหนดผลลัพธ์ของเกม เห็นได้ชัดว่าแต่ละมือมีความแตกต่าง โดยทั่วไปผู้เล่นที่ใช้ตัวลอกดีลเลอร์จะมีค่าเท่ากับ 16 นี่เป็นกลยุทธ์ที่ไม่ดี กลยุทธ์ที่ไม่เคยหยุดนิ่งดีกว่าเล็กน้อยแต่ก็ยังคงเป็นกลยุทธ์ที่ไม่ดี
  • ข้อได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคาสิโน (“เจ้ามือ”) คือผู้เล่นจะต้องเริ่มก่อน หากผู้เล่น “busts” (คะแนนเกิน 21), คาสิโนได้เงินของผู้เล่นทันที หากคาสิโน “busts” ทีหลังแต่อยู่ในตาเดียวกันผู้เล่นยังคงแพ้ เจ้ามือเป็นจะเป็นคนเล่นตาสุดท้าย เสมอ

Blackjack Online

ทิปสำหรับมือใหม่

และผมก็จะขออนุญาติทิ้งทิปให้กับผู้เล่นมือใหม่ สำหรับเกมอย่างแบล็คแจ็คนั้น แน่นอนเกมนี้ขึ้นอยู่ที่ประสบการณ์ทั้งหมด เราต้องอ่านเกมให้ออกว่าเราจะเรียก หรือหยุด หรือแยกไพ่ ซึ่งกว่าจะเก่งกันได้ต้องใช้เวลาพอสมควร อย่างไรก็ตามผมได้สรุปสูตรแบล็คแจ็คการเล่นจากนักพนันผู้เชี่ยวชาญและมือโปรของเรา ถึงหลักการเล่นที่เหมาะสมในแต่ละสถานการณ์ และสิ่งต่างๆ ที่เราควรทำ เวลาเกิดเหตุการณ์ต่างๆ มีดังนี้

  • สูตรการแทงประกัน หากว่าเจ้ามือได้ไพ่ใบแรกเป็น A นำว่าควรแทงประกันทุกครั้ง เพราะว่ามีโอกาสเยอะมากที่จะเป็น แบล็คแจ็ค
  • สูตรการแทงแบบแยกไพ่ ควรแยกไพ่ทุกครั้ง เมื่อเราได้ 2 ใบแรก เหมือนกัน เช่น K กับ K , Q กับ Q , J กับ J และ 10 กับ10
  • สูตรการเรียกไพ่ อย่าหวังว่าแต้มจะต้อง 21 แต้มทุกครั้ง บางครั้งเพียงแค่ 12 หรือ 13 ก็สามารถชนะได้ ในกรณีที่มี่ 2 ใบแรกรวมกันได้ 11 แต้ม ควรเรียกไพ่เพิ่มทุกครั้ง หากว่ามีแต้ม 17 หรือว่า มากกว่า 17 ไม่ควรเรียกไพ่เพิ่ม

 

ขั้นตอนที่4 เรียนรู้ กฎและรูปแบบการวางเดิมพัน

กฏการชนะ-แพ้

  • หากแต้มรวมของไพ่ฝั่งผู้เล่น ใกล้เคียงกับ 21 มากว่า ดีลเลอร์ => ผู้เล่นจะชนะทันที
  • หากแต้มรวมของไพ่ฝั่งผู้เล่น มากกว่า 21 แต้ม =>ผู้เล่นแพ้ทันที
  • ผู้เล่นและดีลเลอร์ได้แต้มเท่ากันระหว่าง 17-21 => ผลจะเสมอกัน ผู้เล่นได้เงินคืน
  • ไพ่แบล็คแจ็ค จะชนะแต้ม 21 หมายความว่า หากผู้เล่นได้ไพ่รวม 21 แต้ม แต่ดีลเลอร์ได้ 21 เท่ากัน แต่เป็นไพ่แบล็คแจ็ค =>ดีลเลอร์ จะเป็นฝ่ายชนะ

เจ้ามือต้องอยู่เมื่อมีแต้ม 17 คะแนน

  • เมื่อดีลเลอร์ได้ 17 แต้ม ห้ามเรียกไพ่เพิ่ม ต้องอยู่อย่างเดียว
  • ไม่มีข้อบังคับ สำหรับฝั่งผู้เล่น สามารถเรียกไพ่เพิ่มกี่ใบก็ได้

รูปแบบการวางเดิมพัน

การวางเดิมพันของไพ่แบล็คแจ็คนั้น มันมีการวางเดิมพันข้างเคียง(Bet Side) ได้อีกด้วย มันจึงทำไห้มีรูปแบบการวางเดิมพันที่ไห้ท่านนั้นสามารถเลือกที่จะทำการวางเดิมพันได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น 21+3, Perfect Pair, Bet Behind ผมจะมาอธิบายการเดิมพันแต่ล่ะอย่างไห้ท่านนั้นรู้จัก เพื่อที่จะทำให้ท่านรู้จักกับรูปแบบการเดิมพันนี้มากขึ้น

วางเดิมพัน Perfect Pair

เป็นการวางเดิมพันที่ทำไห้ท่านนั้นมีโอกาศชนะเพียงแค่ใช้ไพ่ 2 ใบแรกเท่านนั้น โดยที่ไพ่ของท่าน 2 ใบแรกนั้นจะต้องเป็นไพ่คู่ เช่น 2-2, 3-3, 4-4, Q-Q เป็นต้น

  • คู่เหมือน ไพ่ทั้งสองใบจะต้องมีดอกเดียวกัน เช่น 2 ใบ A โพแดงสองใบ จะมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 25 : 1 (ขึ้นอยู่กับโต๊ะนั้นๆ)
  • คู่สี ไพ่ทั้งสองใบนั้นจะต้องมีสีเหมือนกันสองใบ แต่คนล่ะดอกได้ เช่น 2 โพแดงกับ 2 ข้าวหลามตัด อัตราการจ่ายอยู่ที่ 12 : 1 (ขึ้นอยู่กับโต๊ะนั้นๆ)
  • คู่ผสม ดอกและสีต่างกัน เช่น 10 โพแดง กับ 10 โพดำ อัตราการจ่ายอยู่ที่ 6 : 1 (ขึ้นอยู่กับโต๊ะนั้นๆ)

 

วางเดิมพัน 21+3

การเดิมพัน 21+3 คือการที่ไพ่ในมือของท่านนั้นมีโอกาสที่จะเกิดการ ตองเหมือน, สเตรทฟลัช, ตอง,สเตรท,ฟลัช และหากท่านนั้นชนะในรูปแบบที่พูดมานี้ ก็จะมีอัตราการจ่ายที่เยอะมาก

  • ตองเหมือน คือการที่มีไพ่สามใบเหมือนกัน เช่น A โพดำสามใบ และจะมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 100 : 1 (ขึ้นอยู่กับโต๊ะนั้นๆ)
  • สเตรทฟลัช คือการเรียงกันตามลำดับและมีไพ่ดอกเดียวกันเช่น 10 J Q โพแดง เป็นต้น อัตราการจ่ายจะอยู่ที่ 40 : 1 (ขึ้นอยู่กับโต๊ะนั้นๆ)
  • ตอง คือการที่มีไพ่สามใบนั้นเหมือนกัน แต่สามารถมีสีและดอกต่างกันได้ เช่น 3 3 3 สีต่างกัน ดอกต่างกันนั้นเอง อัตราการจ่ายจะอยู่ที่ 30 : 1 (ขึ้นอยู่กับโต๊ะนั้นๆ)
  • สเตรท คือไพ่ในมือนั้นเรียงกันตามลำดับ แต่สามารถมีสีและดอกของไพ่นั้นแตกต่างกันได้ เช่น 2 โพแดง 3 ดอกจิก 4โพดำ อัตราการจ่ายจะอยู่ที่ 10 : 1 (ขึ้นอยู่กับโต๊ะนั้นๆ)
  • ฟลัช คือการที่ไพ่ในมือนั้นมีดอกเดียวกันสามใบ เช่น 2 โพแดง 5 โพแดง 8 โพแดง จะมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 5 : 1 (ขึ้นอยู่กับโต๊ะนั้นๆ)

วางเดิมพัน Bet Behind

Bet Behind ก็คือการเดิมพันตามผู้เล่นคนอื่น นั้นก็คือ ท่านนั้นจะสามารถอ้างอิงการชนะจากไพ่ของผู้เล่นคนอื่นได้ แต่ท่านนั้นจะสามารถกำหนดเงินเดิมพันเอง และไม่สามารถบอกไห้เขานั้นจั่วไพ่เพิ่ม หรือหยุดเรียกไพ่เพิ่มได้ นั้นก็คือ หากท่านนั้นวางเดิมพันตามใครแล้ว ท่านจะไม่มีสิทธิ์ทำอะไร นอกจากวางเดิมพันนั้นเอง

นี้ก็คือกติกาและรูปแบบการวางเดิมพันแบบต่างๆของเกมไพ่แบล็คแจ็ค ที่ผมนั้นทำการศึกษาเพื่อที่จะมาเขียนเป็นวิธีการเล่นเพื่อนที่จะทำไห้ผู้อ่านนั้นมีความสุขกับการเข้ามาเล่นในเกมนี้ และในครั้งต่อไป ผมก็จะทำการรีวิวการเล่นมาไห้ท่านที่มีความสนใจนั้นได้ติดตามกันอย่างแน่นอน

การเล่นแบล็คแจ็คออนไลน์

รูปแบบการเล่นมีหลายหลาย เช่น จำนวนสำรับไพ่ที่ใช้เป็นความได้เปรียบของเจ้ามือ เกมที่ใช้ไพ่หนึ่งสำรับจะทำให้ผู้เล่นได้เปรียบ อย่างไรก็ตามคาสิโนส่วนใหญ่จะใช้ไพ่หกถึงแปดสำรับผสมเข้าด้วยกัน สำหรับผู้เล่นออนไลน์อาจเป็นเรื่องยากที่จะทราบว่าเกมนั้นๆ ใช้จำนวนสำรับไพ่เท่าไหร่ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณค้นหาเกมที่มีอยู่ทั้งหมดก่อนตัดสินใจเลือกเล่นเกมนั้นๆ นอกจากนี้ ผู้เล่นออนไลน์ยังมีตัวเลือกในการเล่นแบบหนึ่งต่อหนึ่ง

ซึ่งจะมีเพียงคุณและเจ้ามือบนโต๊ะ หรือร่วมเล่นเกมกับผู้เล่นหลายคน โดยเป็นผู้เล่นที่สร้างจากคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่ผู้เล่นจริงๆ แต่ไม่ต้องกังวลเพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลใดๆ ต่อโชคของคุณ อย่างไรก็ตาม ในเกมที่มีผู้เล่นหลายคน คุณจะเห็นว่ามีการใช้ไพ่เพิ่มขึ้นและอาจช่วยให้คุณตัดสินใจได้จากสิ่งที่คุณเห็น นอกจากนี้แบล็คแจ็คออนไลน์ในเว็บไซต์คาสิโนบางแห่งให้บริการแบบ “ถ่ายทอดสด” ในกรณีนี้คุณจะได้เล่นกับผู้เล่นคนอื่นๆ “ตัวจริง” และเจ้ามือ “ตัวจริง” คุณต้องตัดสินใจว่านี่เป็นรูปแบบของเกมที่คุณต้องการหรือไม่ หรือชอบเกมมาตรฐานมากกว่า หากเกมใช้กฎเดียวกัน การเลือกรูปแบบการเล่นไม่ได้ส่งผลให้คุณไม่ได้รับหรือสูญเสียสิ่งใด

 

ท้ายนี้ แบล็คแจ็ค เป็นเกมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในคาสิโนในฝั่งยุโรป เพราะว่ามันเป็นเกมที่มีการรวมกันเล่นหลายคนและสนุก และประวัติมันเกิดขึ้นในทวีปยุโรป ในปี 1601 การเล่นก็จะมีความเข้าใจง่าย นั้นก็คือเพียงท่านนั้นมีไพ่ในมือแต้มใกล้เคียง 21 แต้ม ก็จะเป็นฝ่ายชนะ หากแต้งเท่ากัน 21 ก็จะถือว่าเป็นแต้มที่สูงสุด และจะได้ัตราการจ่ายเงินเพิ่มขึ้นอีกด้วย และเมื่อผ่านมาไม่นาน ก็ได้มีการนำแบล็คแจ็คเข้ามาบรรจุลงใน คาสิโนออนไลน์ เพื่อที่จะเป็นการบริการที่ดีขึ้น สะดวกสบายขึ้น เข้าถึงง่ายขึ้น เกมแบล็คแจ็ค จึงเป็นเกมที่ได้รับความนิยมอย่างมากในคาสิโนออนไลน์ในเวลานี้